เคล็ดลับ อุปนิสัยสู่ความสำเร็จ

October 6th, 2009

ผม เชื่อว่าทุกคนอย่างประสบความสำเร็จในชีวิตกันทั้งนั้น แต่เคยสงสัยหรือไม่ครับว่า ทำไมคนแต่ละคนจึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน ทั้งๆ ที่อาจจะเรียนมาจากที่เดียวกัน มีความรู้ความสามารถที่ใกล้เคียงกัน วันนี้ผมก็เลยเอาเคล็ดลับนิสัยสู่ความสำเร็จมาฝากกันครับ

1. ให้ทำในสิ่งที่ยากก่อนสิ่งที่ง่าย วิธีนี้เราจะต้องบังคับให้ตนเองเริ่มทำในสิ่งที่ยากก่อน อาทิ งานที่ยากกว่า ซับซ้อนมากกว่า หรืองานที่จะต้องใช้ความคิดความอ่านมาก ฯลฯ ให้เริ่มทำสิ่งเหล่านี้ก่อนในแต่ละวัน นิสัยนี้จะช่วยให้เราลดนิสัยการผลัดวันประกันพรุ่งได้ด้วยนะครับ
2. ให้คิดและพูดกับตนเอง ในสิ่งที่ดีเสมอ เช่น การให้กำลังใจตัวเองเวลาประสบกับความยุ่งยากลำบากใจ หรือกาย เช่น “คนที่ประสบความสำเร็จนั้นจะไม่กลัวงานยาก และจะลงมือทำงานที่ยากกว่าเสมอ” อันนี้จะใช้เวลาที่ประสบกับความยากลำบากของงาน หรือนายสั่งงานยากๆ มาให้ทำ หรือ “เวลาช่วงนี้น่าจะใช้ทำอะไรจึงจะมีประโยชน์สูงสุดสำหรับเรา” ไว้ถามตัวเองเวลาไม่รู้จะเริ่มทำอะไรก่อน หรือเวลาว่างๆ แล้วไม่มีอะไรทำ ก็ลองหาคำตอบดูนะครับ จะทำให้เราใช้เวลาในสิ่งที่ตรงกับเป้าหมายของเรา หรือ “ไม่มีใครประสบความสำเร็จมาตั้งแต่เกิด” “คนที่ประสบความสำเร็จย่อมจะผ่านความล้มเหลวมาก่อน” ฯลฯ คำพูดทั้งหมดนี้ล้วนแต่สร้างกำลังใจไม่ให้เราคิดย่อท้อ หรือเลิกทำเสียกลางคัน
3. ตื่นแต่เช้า เท่าที่ผมสังเกต และศึกษามาพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จจะเป็นคนที่ตื่นแต่เช้าทุกวัน ไม่มีคนประสบความสำเร็จในชีวิตคนไหนที่ตื่นสายเป็นประจำ นอนขี้เซา งัวเงีย จริงๆ การตื่นเช้ามันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับความสำเร็จโดยตรง มันอยู่ที่การบังคับตัวเอง การเอาชนะตัวเองต่างหาก คนที่ตื่นแต่เช้า แสดงว่าเป็นคนที่มีวินัย และสามารถเอาชนะตัวเองได้ เมื่อเราเอาชนะตัวเองได้ เราก็สามารถเอาชนะนิสัยอย่างอื่นได้อีกมากมายครับ
4. ทุกวันจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ถามตัวเองว่า “วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้วหรือยัง” หรือ “เราจะยังไม่เข้านอนจนกว่าจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก่อน”
5. อ่านหนังสือ 2-3 เล่ม ต่อเดือน คน ที่ประสบความสำเร็จจะมีนิสัยที่คล้ายกันคือ เป็นคนชอบอ่านหนังสือ และมักจะเป็นหนังสือที่ช่วยเสริมสร้างความคิดความอ่านใหม่ๆ ในความเห็นผมการอ่านหนังสือเป็นการช่วยต่อยอดความคิดของเราได้อย่างดี ช่วยให้เราคิดอย่างมีตรรกะและมีเหตุผลที่มาที่ไป และยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ อีกด้วย
6. เลิกดูโทรทัศน์ หรือดูให้น้อยลง โดยเฉพาะรายการที่ไม่มีประโยชน์ต่อความสำเร็จของเราเอง เพื่อให้มีเวลาในการพัฒนาตนเอง และมีเวลาทำกิจกรรมที่ส่งเสริมเป้าหมายของเราได้

นิสัยเหล่านี้ไม่ เพียงแต่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตของเราได้เท่า นั้น เรายังสามารถนำอุปนิสัยเหล่านี้ไปเผยแพร่และส่งเสริมให้พนักงานในบริษัท ปฏิบัติเพื่อให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานได้ด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่จะนำเอาไปใช้ แต่อย่างน้อยให้มีสักคนก็ยังดี จริงมั้ยครับ

 

ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hrman&month=06-10-2009&group=2&gblog=20

พัฒนาตนเอง , ,

MS อ้างใช้ Chrome Frame เสี่ยง 2 เท่า

October 5th, 2009

1257851

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ศอกกลับปลั๊กอิน “โครม เฟรม” (Chrome Frame) ของกูเกิ้ล (Google) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรันบราวเซอร์โครมได้จากในเฟรมของ Internet Explorer (IE) ว่า มันทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของบราวเซอร์ตกอยู่ในความเสี่ยงต่ออันตรายถึง 2 เท่า!!!

Chrome Frame เป็นปลั๊กอินที่ช่วยให้บราวเซอร์อินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์สนับสนุนแท็ก HTML 5 ซึ่งเป็นคุณสมบัติการทำงานที่ไม่พบในบราวเซอร์เวอร์ชันล่าสุดอย่าง IE8 กูเกิ้ลกล่าวว่า “เราเชื่อว่า Google Chrome Frame จะช่วยให้ชีวิตของนักพัฒนาเว็บ และผู้ใช้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก” ที่สำคัญมันยังทำให้ผู้ใช้ IE8 ได้รับประสบการณ์ในการใช้งานบราวเซอร์ที่เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์อ้างว่า ปลั๊กอิน Chrome Frame ของ Google จะทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ในความเสี่ยงของระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่าเดิม Amy Barzdukas ผู้จัดการทั่วไปของ IE และระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคที่ไมโครซอฟท์ กล่าวว่า “เนื่องจาก IE8 ได้รับการพัฒนาอย่างเหนือชั้น และอัพเดตให้มันมีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม ปลั๊กอิน Chrome Frame เปิดโอกาสให้ระบบสามารถรันบราวเซอร์ภายในบราวเซอร์ ซึ่งมันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีบราวเซอร์จากมัลแวร์ และสคริปท์อันตรายเป็นสองเท่า ซึ่งเราไม่เห็นว่ามันจะเป็นการช่วยตรงไหน? และหากพิจารณาให้ลึกลงไป บราเวซอร์จะมีวิธีจัดการระบบรักษาความปลอดภัยที่ซ้อนกันได้อย่างไร?”

ที่มา  [เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

ข่าวเทคโนโลยี , , , , ,

Gyrowheel ล้อมหัศจรรย์ทรงตัวได้?

October 5th, 2009

125785

 เช้าวันแรกของการทำงานอย่างนี้ ขอเริ่มต้นด้วยข่าวเบาๆ กันดีกว่า ซึ่งจะเป็นเรื่องของแก็ดเจ็ต (Gadget) ที่น่าจะมีมาตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะใครที่ต้องหัดขี่จักรยานที่ไม่มีตัวช่วยอย่างล้อๆ เล็กสองล้อไว้ฝึกหัด เพราะเจ้าแก็ดเจ็ตที่ว่านี้ เป็นล้อจักรยานฝึกหัดที่ไม่ธรรมดา เนื่องจากมันสามารถทรงตัวได้เอง ช่วยให้หัดขี่ได้ง่ายขึ้น

พื้นที่โฆษณา
สนใจลงโฆษณา ติดต่อ โทร.0-2642-3400 ต่อ 4613
Gyrowheel จาก Gyrobike เป็นล้อจักรยานที่ใช้แทนล้อขนาดเล็กที่ติดอยู่ล้อหลังของจักรยาน เอาไว้หัดขี่ โดยเจ้าล้อที่ว่านี้จะมีระบบทรง (Gyro system) ตัวติดตั้งอยู่ภายใน นั่นหมายความว่า มันสามารถทรงตัวเองได้ วิธีใช้ Gyrowheel ก็ง่ายมาก เพียงแค่นำมันไปติดตั้งแทนล้อหน้าของจักรยาน เมื่อติดตั้งเข้าไปแล้ว เด็กๆ จะรู้สึกว่า พวกเขาสามารถหัดทรงตัวบนจักรยานได้ง่ายมาก โดยไม่ต้องใช้ล้อฝึกหัด (2 ล้อเล็กที่ติดตั้งขนาบล้อหลัง) แต่อย่างใด

Gyrowheel จะมีกลไกการทรงตัว หรือไจโรภายในล้อที่หมุนด้วยความเร็วสูง ทำให้ล้อรุ่นนี้สามารถตั้งทรงตัวได้เองนาน 1 - 3 วินาที โดยไม่ต้องเคลื่อนที่ ดังนั้นเด็กๆ ที่หัดขี่จักรยานที่ใช้ล้อแบบนี้จะมีเวลาตัดสินใจว่าจะจัดการอย่างไรกับตัวเองก่อนจักรยานจะล้มทับได้ทัน แบตฯเมื่อชาร์จจนเต็ม (หลอดไฟสีเขียวบนกะทะล้อจะสว่างขึ้น) สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 3 ชั่วโมง Gyrowheel มีให้เลือก 2 ขนาดคือ 12″ และ 16″ สนนราคาของมันเริ่มตันที่ 99 เหรียญฯ หรือประมาณ 3,500 บาทครับ

ข้อมูลจาก:  [เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

ข่าวเทคโนโลยี , , , ,

firefox browser นิยมสำหรับเว็บมาสเตอร์

October 4th, 2009

 Mozilla Firefox เว็บบราว์เซอร์ที่เป็นคู่แข่งและมีคนใช้มากที่สุดรองมาจาก Internet ExplorerFirefox จิ้งจอกไฟ เป็น Web Browser ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ เหมาะสำหรับระบบปฏบัติการ Microsoft Windows Linux และ Mac OS X โดยมีการพัฒนามาจาก Mozilla เป็นโปรแกรมตัวเล็กที่มีความรวดเร็ว และง่ายต่อการใช้งาน สามารถใช้งานภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเครื่องมือการป้องกัน Pop-up Windows ทำให้มีเสถียรภาพและมีความปลอดภัยสูงในการแจ้งเตือนผู้ใช้ เช่น โจรจัน หรือ เว็บเพจที่น่าส่งสัย จะมีการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบตลอดเวลา

รวดเร็ว
หมดยุคแล้วกับการที่จะต้องนั่งแทะเม็ดก๋วยจี๊ไป ท่องอินเทอร์เน็ตไป เพราะ Firefox จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ได้รวดเร็วกว่า ด้วยการทำงานของโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพ และยังสามารถปรับแต่งเพื่อเร่งการทำงานให้สปีดได้เร็วสุดๆ

ปลอดภัย
หาก ท่านโดนบุกรุกจากเหล่าสปายแวร์ โทรจัน ไวรัส หรือเห็บเหาจากโลกไซเบอร์บ่อยๆ รับรองว่าถ้าท่านได้ใช้ Firefox ปัญหาต่างๆที่เคยประสบจะลดลงอย่างแน่นอน ด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยที่เหนียวแน่น และระบบการอัพเดตของ Firefox จะช่วยอุดช่องโหว่ใหม่ๆได้อย่างทันท่วงที

ฟรี 100%
แน่ นอนที่สุด คือโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมฟรีครับ แถมยังเป็นโปรแกรมเปิด หรือ OpenSource เพื่อให้เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือผู้ใช้ที่พบเห็นข้อบกพร่องในการใช้งาน ได้ส่งข้อบกพร่องหรือทางแก้ไขนั้นๆ ทำให้ Firefox มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และกระแสตอบรับดีเสมอมาหลายหลายคุณสมบัติใน การท่องเว็บไซต์หากคุณเป็นขาประจำในการท่องโลกไซเบอร์ ถ้าได้ลองสัมผัสคุณสมบัติต่างๆของ Firefox รับรองว่า คุณจะได้รับประสบการณ์อันเยี่ยมยอดต่อไปนี้เป็นแน่แท้ทีเดียวเชียวล่ะ…

 download Firefox ภาษาไทย

สอนทำเว็บ , , , , , ,

Viliv S10 เน็ตบุ๊กแท็บเล็ตหน้าจอสัมผัส

September 26th, 2009

รายงานเช้านี้ขอแนะนำเน็ตบุ๊ก (netbook) จากแดนโสมที่ไม่ใช่ของ Samsung หรือ LG แต่เป็น Yukyoung Technologies Corp. (ผลิต mid พ็อคเก็ตพีซี และเน็ตบุ๊ก) โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทรุ่นล่าสุดที่่น่าจับตาตัวนี้มีชื่อว่า Viliv S10 เน็ตบุ๊กที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 10 นิ้วสามารถหมุนพับเป็นแท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสได้ ที่สำคัญมันบาง-เบามากทีเดียว

สำหรับคุณสมบัติของ Viliv S10 นอกจากจะมีหน้าจอขนาด 10 นิ้วที่สามารถแสดงผลได้ที่ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซลแล้ว หน่วยความจำภายใน 1GB (เพิ่มได้ถึง 3GB) ฮาร์ดดิสก์ 32GB หรือ SSD 64GB หากคุณไม่พอใจกับซีพียูทีใช้ซึ่งเป็น Atom 1.33GHz ก็สามารถเลือกเป็น Atom Z550 ที่มีความเร็ว 2.0GHz โดยทางบริษัทอ้างว่า Viliv S10 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 10 ชม. จุดเด่นของเน็ตบุ๊กรุ่นนี้ยังมีเรื่องของความบางน่าใช้มากๆ แถมยังมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมเท่านั้น

Viliv S10 ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7เพื่อรองรับการใช้งานระบบหน้าจอสัมผัส ในส่วนของกำหนดการวางตลาดเน็ตบุ๊กรุ่นนี้จะเป็นช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2009 สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 500 เหรียญฯ (ประมาณ 18,000 บาท) และจะแพงขึ้นตามออปชันที่ผู้ใช้สั่งซื้อเพิ่มเติมเข้าไป…

ข้อมูลจาก: [เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

ข่าวเทคโนโลยี

เผยโฉม”เน็ตบุ๊ก”แอนดรอยด์”จาก Acer

September 26th, 2009

รายงานข่าวนี้ เราจะไปติดตามข่าวคราวความคืบหน้าของเน็ตบุ๊ก (netbook) แอนดรอยด์ (android) จากเอเซอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเว็บไซต์ arip ได้เคยนำเสนอไปบ้างแล้ว ล่าสุด Acer Aspire One D250 Android Netbook เผยโฉมออกมาให้เห็นกันแล้ว อย่างไรก็ตาม มันดูเหมือนว่า อาจจะต้องมีการปรับแต่งเล็กน้อย เพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน

AOD250 เป็นเน็ตบุ๊ก”ดูอัล-บู๊ต”ที่สามารถเลือกบูีตระหว่าง Windows XP และ Android แต่แทนที่จะทำเป็นปุ่มคู่ที่สามารถเลือกเปิดใช้งานระหว่างโอเอสทั้งสอง AOD250 จะยังคงใช้วิธีแสดงไดอะล็อกบ๊อกซ์ขึ้นมาให้เลือก (ดังรูป) ซึ่งสำหรับการบู๊ตด้วย Android จะใช้เวลานานถึง 20 วินาที ในขณะที่ชัตดาวน์เร็วมาก นอกจากนี้ทางเอเซอร์ยังได้มีการปรับแต่งเล็กน้อยสำหรับการแสดงผลของแอ นดรอยด์บนหน้าจอให้มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย

AOD250 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1024×600 พิกเซล โพรเซสเซอร์ Intel Atom N280 1.66GHz ฮาร์ดดิสก์ 160GB หน่วยความจำ DDR2 667MHz 1GB (เพิ่มได้สูงสุด 2GB) น้ำหนักโดยรวมของเครื่อง 1.27 กิโลกรัม สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth แม้จะมีไดอะล็อกให้เลือกบู๊ต แต่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าดีฟอลท์สำหรับการบู๊ตเครื่องได้ งานนี้คงต้องดูว่า ผู้ใช้จะให้ความสนใจกับเน็ตบุ๊กสองระบบฯ รุ่นนี้อย่างไรบ้าง เมื่อมันวางตลาด ว่าแต่คุณผู้อ่านสนใจที่จะใช้เน็ตบุ๊กแอนดรอยด์บ้าง หรือเปล่าครับ ยังไงก็แสดงความคิดเห็นกันได้เต็มที่เลยนะครับ

ข้อมูลจาก:[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

ข่าวเทคโนโลยี

Intel เปิดตัว Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊ก

September 25th, 2009


ช่วงนี้ขออนุญาตรายงานข่าวการเปิดตัวเทคโนโลยีต่างๆ ในงาน IDF 2009 ของอินเทล (Intel) นะครับ เนื่องจากมีข้อมูลที่น่าสนใจมากมายทีเดียว ล่าสุดมีการเปิดตัวโพรเซสเซอร์ Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊ก โดยใช้โค้ดเนมว่า Clasksfield นั่นหมายความว่า โน้ตบุ๊กที่ใช้โพรเซสเซอร์รุ่นนี้จะมาพร้อมกับขุมพลังประมวลผลที่ล้นเหลือ อย่างแท้จริง

สำหรับในงาน Intel Developer Forum 2009 เมื่อวานนี้ ทางอินเทลได้เปิดตัว Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊กอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งสาธิตประสิทธิภาพการทำงานของ โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมกับพลังประมวลผล 4 คอร์ (Quad core) และระบบสนับสนุนการเล่นเกมส์ที่เหนือชั้น รวมถึงการใช้งานแบบเวิร์กสเตชั่นระดับไฮเอ็นด์ โพรเซสเซอร์ Core i7 จะใช้สถาปัตยกรรม Nehalem ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ 45 นาโนเมตร

โค้ด เนมของ Core i7 สำหรับโน้ตบุ๊กคือ Clasksfield โดยมันจะเป็นโพรเซสเซอร์สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Turbo-boost ของอินเทล ซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วของสัญญาณนาฬิกาให้กับแต่ละคอร์ในโพรเซสเซอร์ได้ตาม ความต้องการของงานที่เกิดขึ้นขณะนั้น โดยความถี่ของแต่ละคอร์จะเพิ่มขึ้นช่วงละ 133MHz ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไปถึงระดับสูงสุดของมัน ตัวอย่างเช่น โพรเซสเซอร์ Claksfield ที่กำลังทำงานอยู่ที่ 2GHz จะสามารถเพิ่มความเร็วขึ้นไปถึง 3.2 GHz ด้วยการใช้ Turbo-boost เป็นต้น นอกจากนี้โครงสร้างของ Clarksfield จะมีแชนเนลสำหรับการทำงานร่วมกับหน่วยความจำ DDR 3 1333MHz ถึง 2 แชนเนลด้วยกัน และทำงานร่วมกับชิปเซตรุ่นใหม่ PM55 Express Chipset

ใน ส่วนของบริษัทผผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่จะออกโน้ตบุ๊ตที่ใช้โพรเซสเซอร์โมบาย Core i7 ได้แก่ Asus, Dell, HP และ Toshiba สำหรับราคาชิปที่ 1,000 ตัวของ Core i7-920XM, 820QM และ 720QM จะอยู่ที่ $1,054, $546 และ $364 ตามลำดับ

ข้อมูลจาก: [เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

ข่าวเทคโนโลยี

ว้าว!!! ยนตกรรม”ล้อเดียว”จากฮอนด้า

September 25th, 2009

รายงานข่าวแก็ดเจ็ต (Gadget) ล่าสุด เป็นนวตกรรมของบริษัทฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor Co) ซึ่งได้เปิดตัวยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนล้อเดียว (Unicycle) ทรงตัวได้เองแบบเซกเวย์ (Segway) โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ รูปร่างคล้ายเลข 8 ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ได้ด้วยการโน้มตัวไปในทิศทางที่ต้องการ สุดยอด!!!

ก่อนหน้านี้ทางเว็บไซต์ arip ได้เคยแนะนำสิ่งประดิษฐ์ทีเป็น “ยนตกรรมล้อเดียว” ไป บ้างแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ดูจะควบคุมไม่ง่ายนัก  แต่สำหรับ U3-X ที่ฮอนด้าจะนำมาแสดงในงาน Tokyo Motor Show เดือนหน้า ดูท่าจะควบคุมได้ง่ายกว่า ซึ่งจะว่าไปแล้ว ยานพาหนะส่วนบุคคลแห่งอนาคตเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเซกเวย์ (Segway) ที่ถือเป็นต้นตำรับยนตกรรมทรงตัวได้เองอย่างแท้จริง

แต่ ในขณะที่เซกเวย์ใช้สำหรับเคลื่อนที่ภายนอกอาคาร และมีขนาดค่อนข้างใหญ่ U3-X ของฮอนด้า มีความสูงแค่ 2 ฟุต 2 นิ้ว (65 ซม.) สามารถใช้เคลื่อนที่ภายในอาคารบ้านเรือนได้ด้วย สำหรับยนตกรรมล้อเดียวของฮอนด้าคันนี้ออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนเลข 8 โดยด้านบนสามารถกางออกเป็นที่นั่ง ส่วนด้านล่างเป็นล้อ ผู้ขี่สามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ ที่ต้องการได้ด้วยการโน้มเอียงร่างกาย โดยความเร็วสูงสุดทีทำได้อยู่ที่ประมาณ 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือความเร็วประมาณวิ่งเหยาะๆ U3-X สามารถทรงตัวได้เอง น้ำหนักของมันไม่ถึง 10 กิโลกรัม ทำงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมอิออน สามารถวิ่งต่อเนื่องได้หนึ่งชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

Takanobu Ito ซีอีโอของฮอนด้ากล่าวว่า U3-X จะกลายเป็นยานพาหนะส่วนบุคคลที่เล็กที่สุดที่ใช้สำหรับการเคลื่อนที่ภายใน อาคารขนาดใหญ่ (เวลาเดินไปยัง gate ต่างๆ ในสนามบินขนาดใหญ่?) อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังไม่มีแผนที่จะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด “ถ้าขาของผมไม่มีแรง ผมคงอยากได้เจ้าสิ่งนี้ไว้พาผมดูอะไรรอบๆ บ้าน มันบังคับง่ายมาก” ซีอีโอวัย 56 ปีกล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลจาก [เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

ข่าวเทคโนโลยี

ตะลึง!!! ป้ายชื่อไฮเทคฯ กระพริบได้

September 24th, 2009

หนึ่งในสิบของเทรนด์เทคโนโลยีปี 2010 เห็นทีจะหนีไม่พ้น อีอิงค์ (e-Ink) โดยเฉพาะบทบาทสำคัญของการที่มันถูกนำไปประยุกต์ทำเป็น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) หรือกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ (e-Paper) ล่าสุดมีคนนำไปทำเป็นป้ายชื่อ (name badge) พนักงานที่สามารถกระพริบ เพื่อเรียกร้องความสนใจได้อีกด้วย

ส่วนใหญ่ป้ายชื่อที่พนักงานในองค์กรต่างๆ ที่ใช้สวมคอกันนั้น มักจะเป็นภาพนิ่ง แต่สำหรับป้ายชื่อ”อีอิงค์”มันจะทำให้ป้ายชื่อของคุณเซย์ไฮทักทายกับคนรอบ ข้างได้ด้วย (จำเป็นไหมเนี่ย?) เห็นแล้วนึกถึงแท็ก ของ HTML ที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กันแล้ว เพราะมันดูน่ารำคาญมากกว่านั่นเอง

บริษัท ชื่อว่า Neolux ในเกาหลีใต้ได้พัฒนาป้ายชื่อที่ใชเทคโนโลยีอีอิงค์พร้อมวงจรด้านหลังที่ สามารถควบคุมให้มันสามารถแสดงผลสลับสีขาวดำได้ ซึ่งคุณผู้อ่านคงจะจำกันได้ว่า ก่อนหน้านี้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอีอิงค์กับปกนิตยสาร Esquire ที่ใช้เอฟเฟกต์เดียวกันนี้ในการนำเสนอด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาว่า ป้ายชื่ออีอิงค์ลักษณะนี้จะวางจำหน่ายเมื่อใด แต่เชื่อว่า เราจะเริ่มเห็นแอพพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยีนี้มากขื้นเรื่อยๆ เนื่องจากคุณภาพการแสดงผล และความสามารถในการประหยัดพลังงาน ที่สำคัญเป็นมิตรต่อธรรมชาติ หากเราสามารถใช้พวกมันแทนกระดาษได้

ข้อมูลจาก  [เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

ข่าวเทคโนโลยี

“สตาร์บัคส์”ผุดแอพฯไอโฟนของตัวเอง!!!

September 24th, 2009

รายงานข่าวแจ้งว่า สตาร์บัคส์ (Starbucks) เตรียมเปิดแอพพลิเคชันบนไอโฟน (iPhone) 2 ตัวด้วยกัน โดยแอพฯตัวแรกจะช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาร้านที่อยู่บริเวณใกล้ๆ และเมนูของกาแฟภายในร้านได้ ส่วนแอพฯอีกตัวหนึ่งจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถใช้ไอโฟนแทนบัตรสตาร์บัคส์ (Starbucks card)

ในส่วนของแอพพลิเคชันทั้งสองตัวนี้ได้รับการพัฒนา จากทางสตาร์บัคส์เอง โดยสามารถทำงานได้ทั้งบนไอโฟน และไอพอดทัช ซึ่งก่อนหน้านี้ทางร้านให้บริการมือถือในลักษณะที่ว่า สามารถส่งข้อความเพื่อค้นหาร้านใกล้ๆ ได้ และร่วมมือกับแอปเปิ้ล (Apple) เพื่อให้บริการเพลงในร้านผ่านไอจูนส์ (iTunes) เท่านั้น

“ทั้ง นี้ไอเดียของแอพฯทั้งสองตัวมาจากลูกค้าที่เข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่าน ทางเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ก และ My Starbucks Idea ชุมชนออนไลน์ที่ทางสตาร์บัคส์ได้เปิดตัวตั้งแต่ปีที่แล้ว” Stephen Gillett ซีอีโอของสตาร์บัคส์ กล่าว “เราคิดว่า มันเป็นวิธีใหม่ๆ ในการพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างตรงไปตรงมา”

การออกแอพฯในครั้งนี้ สตาร์บัคส์จะต้องเอาชนะแอพฯไอโฟนของเจ้าอื่นที่พัฒนาออกมาก่อนหน้านี้อย่าง เช่น Find a Starbucks Coffee ของ iApp, Expresso Pro ของ Snow Storm และ Sbux Card จาก ourLivez ตลอดจนเหล่าบรรดาบล็อกเทคโนโลยีต่างๆ ที่พูดถึงแนวคิดของแอพฯบนไอโฟนของสตาร์บัคส์ที่มีให้ได้ติดตามกันจนถึง วันนี้

สำหรับ แอพพลิเคชันบนไอโฟนตัวแรกของทางร้านมีชื่อว่า myStarbucks ซึ่งช่วยลูกค้าค้นหาร้าน และบุ๊กมาร์ค (bookmark) ตำแหน่งร้านที่ชื่นชอบได้ นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลาทำการ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกของทางร้าน อย่างเช่น ร้านสตาร์บัคส์ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ เปิดทำการอยู่ในขณะนี้ และให้บริการแบบ”ไดรฟ์ทรู” (drive-thru) ด้วย เป็นต้น นอกจากข้อมูลดังกล่าวแล้ว ยังสามารถตรวจสอบเมนูกาแฟของทางร้าน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องดื่ม อาหาร และเมล็ดพันธุ์กาแฟต่างๆ ส่วนบริการ “drink builder” ในแอพฯ จะแสดงส่วนผสมที่อยู่ในกาแฟที่เลือกรับประทาน

ส่วน แอพพลิเคชันตัวที่สอง กำลังเปิดให้ทดสอบในสตาร์บัคส์ 16 สาขาที่ตั้งอยู่ในซีแอทเติล และเบย์ แอเรีย เนื่องจากทั้งสองเป็นโซนที่มีผู้ใช้บัตรสตาร์บัคส์ และไอโฟนเป็นจำนวนมากที่สุด ตัวแทนของสตาร์บัคส์กล่าวว่า มันช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบมูลค่าเงินที่เหลือในบัตร ตลอดจนสามารถโอนเงินเข้าไปได้ด้วย โดยแอพฯ จะแสดงบาร์โค้ดบนหน้าจอ ซึ่งสามารถใช้สแกนจากเครื่องสแกนของทางร้าน เพื่อชำระค่ากาแฟแทนบัตรฯได้

ทาง สตาร์บัคส์จะวัดฟีดแบคของลูกค้าในระหว่างการทดลองใช้แอพฯ เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าจะพัฒนาแอพฯ เพื่อให้บริการอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป หรือไม่ Gillett กล่าวว่า แอพพลิเคชันทั้งสองเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี โดยไม่มีโฆษณาอยู่ในนั้น และก็ไม่มีแผนการที่จะเก็บเงินค่าแอพฯ ในอนาคตอีกด้วย

ข้อมูลจาก: [เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

ข่าวเทคโนโลยี